ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
Newsletter

dot
dot
แนะนำผักในฟาร์ม My home
dot
bulletไฮโดรโปนิกส์คืออะไร
bulletวิธีการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ แบบ NFT
bulletผักสดๆในฟาร์ม My home
bulletความเป็นมาของการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์
dot
มุมอร่อย My home
dot
bulletสูตรเด็ดน้ำผัก-ผลไม้
bulletHomemade Ice Pops
bulletWatermelon Sherbet Smoothies
bulletพายโยเกิร์ตผลไม้สด
dot
มุมสาระกับ My Home
dot
bulletดูแลสุขภาพด้วยแป้งและผัก
bulletพูดคุยกับ My home
bulletลดน้ำหนักด้วยอาหารไทย
bullet10 นิสัยทำลายสุขภาพ
bulletสุขภาพจิตดี ไม่มีแก่เร็ว
bulletกินผลไม้ถูกเวลา...เพิ่มคุณค่า
bulletสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
bulletอาหารสำหรับคุณผู้หญิง
bulletลดน้ำหนักให้เหมาะกับตัวเอง
bulletอาหารเพื่อความงาม
bulletยอดอาหารคงความอ่อนเยาว์
bulletพืชผักต้านมะเร็ง
bulletทำอย่างไรไม่ให้ผักสูญเสียวิตามินและเกลือเเร่
bulletดูดีได้ง่ายๆเพียงแค่ทานอาหาร!?!?
bulletอาการที่ฟ้องว่าคุณทานอาหารไม่ถูกต้อง
bulletอาหารกับโรคมะเร็ง
bulletอาหาร 6 ชนิด พิชิตไขมัน
bulletอาหารทำลายกระดูก
bulletอร่อยอย่างมีคุณค่า...ข้าวโพดต้ม
bulletช็อกโกแลตแบบไหนดีต่อสุขภาพ
bulletอร่อยอย่างมีคุณค่า...ถั่วเหลือง
bulletอาหารที่ทำให้เสียสวย
bulletทานให้สดชื่นและมีพลังทั้งวัน
bulletกินอย่างไรไม่ให้อ้วน
bulletทานอะไรให้ฉลาด
bulletอาหารต้านโรค
bulletไดเอท แต่ไม่อด
bulletบริหารลมหายใจ
bullet4 อาหารเลวที่ดีต่อร่างกายของคุณ
bulletอาหารเพื่อผิวพรรณ
bulletอาหารดีๆแก้หวัด
bulletปรับสมดุลชีวิตง่ายๆด้วยตัวเอง
bulletชะลออายุด้วยอาหาร
bulletอาหารเผาผลาญไขมัน
bulletวิธีป้องกันการปวดหลัง
bulletอาหารเสริมมีความจำเป็นไหม
bulletสิ่งที่ควรทำเป็นนิสัยสำหรับคนสายตาสั้น
bullet7 สูตรเพิ่มความฉลาด
bulletกินต้านความเครียด
bulletทานให้สดชื่นและมีพลังทั้งวัน
bulletอาหารต้านโรค Fighting Foods
bulletลดไขมันกับหัวหอม
bulletมะเขือเทศ มหัศจรรย์
bulletงา เมล็ดจิ๋ว แจ๋วด้วยคุณค่า
bulletหม่ำปลาทะเล เสริมความจำ
bulletซุปแครอท เจ้าแห่งเบต้าแคโรทีน
bulletกระเทียม สมุนไพรปราบหวัดหน้าฝน
bulletลดน้ำหนักไม่ลดอาหาร
bulletระวังเหี่ยวก่อนวัย ถ้าลดน้ำหนักผิดวิธี
bulletความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการลดน้ำหนัก
bulletรักษาความเยาว์วัยด้วยวิถีนิวเอจ แบบ Dr. Deepak Chopra
bulletลดน้ำหนักแบบสาวออฟฟิศให้ได้ผล
bullet10 วิธี ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน
bulletคุณค่าและวิตามินใน ผักสลัด
bulletอดอย่างไรให้สะอาด สดใส และผอมสวย
bullet7 สุดยอดอาหารของผู้หญิง
bulletเลือกดื่มอย่างไรไม่ให้อ้วน
bullet10 สารต้านอนุมูลอิสระ
bulletผลไม้ไทย 10 อันดับที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
bulletโรคอ้วน โรคฮิตตลอดกาล
bulletกินอย่างไร ไม่ให้อ้วน
bulletขิง บรรเทาจุกเสียด ป้องกันผมร่วง
bulletโรคกระดูกพรุน
bulletดูแลตัวเองอย่างง่ายๆ เมื่อต้องเดินตากฝน
bulletน้ำชาช่วยชะลอโรค
bulletอาหารเช้า....สำคัญไฉน
bulletความมหัศจรรย์ของชาเขียว
bulletเส้นใยอาหาร กับประโยชน์ในการควบคุมน้ำหนัก
bulletอาหารที่ควรงดขณะท้องว่าง
bulletกินอย่างไรให้น้ำหนักลด
dot
เวปเพื่อนบ้านที่แสนดี
dot
bulletร้านดอกไม้ จิตราฟลอริส.คอม
bulletชมรมปลูกพืชไม่ใช้ดิน




โรคอ้วน โรคฮิตตลอดกาล

pic_no_1797_cak4.jpgโรคอ้วน  โรคฮิตตลอดกาล

 เพราะทั้งเด็ก  ผู้ใหญ่  คนแก่  ไม่ว่าชายหรือหญิง  ต่างตกเป็นเหยื่อของการกลัวอ้วน  เลยขวนขวายหาวิธีที่จะไม่อ้วนแม้คำแนะนำที่ว่ให้กินเมื่หิวเท่านั้นจะเป็นคำแนะนำที่ดูง่ายๆ  แต่ก็ซับซ้อนในระดับหนึ่ง  เพราะเด็ก  วัยรุ่น  และคนหนุ่มสาว  ต้องเรียนรู้ใหม่ในการเลือกอาหาร  และการจัดการกับความหิวของตน

 รายงานระบุ  70 ล้านคนทั่วโลกเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติในการกิน  ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง  แต่จำนวนผู้ชายที่เป็นโรคนี้ก็กำลังทวีขึ้น  ขณะเดียวกัน  ตัวเลขของคนที่เป็นโรคอ้วนก็ทะยานขึ้นเช่นกัน  ขณะที่องค์การอนามัยโลกชี้ในช่วง  30 ปีที่ผ่านมาคนเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการกิจอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ  และขาดการออกกำลังกาย

 การถูกครอบงำด้วยค่านิยม  “ผอมสวย”  ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกตะวันตกเท่านั้น  แต่อิทธิพลจากสื่อยังทำให้มันกลายเป็นแฟชั่นที่ลุกลามไปทั่วโลก  ไปถึงกระทั่งประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศที่เป็นเกาะน้อยใหญ่แห่งมหาสมุทรแปซิฟิก  ที่ภายหลังปรากฏว่าวัยรุ่นหญิงชาวฟิจิไม่พอใจกับรูปร่างตน  ทำให้อัตราการเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติในการกินพุ่งพรวด

 ความจริงแล้ว  ค่านิยม  “ผอมสวย”  เปลี่ยนได้หากผู้ผลิตเสื้อผ้าและแม็กกาซีนต่างๆ  นำเสนอภาพผู้หญิงอ้วนหมดทุกขนาดให้ดูเป็นเรื่องธรรมดา  แทบที่จะนำเสนอแต่ภาพนางแบบหุ่นผอมเอวบางร่างน้อย  แต่อย่างว่า  พูดนั้นง่ายแต่ทำคงยาก
 อย่างไรก็ตาม  เดินทางสายกลางๆ  น่าจะเข้าท่าที่สุด  ผอมไปก็ไม่ดี  อ้วนรึโรคก็รุมเร้า  กว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกในขณะนี้อยู่ในข่ายน้ำหนักเกิน  และส่อแววจะพัฒนาไปสู่โรคอ้วน  ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมา  ทั้วเบาหวาน  โรคหัวใจ  เส้นเลือดตีบ  และมะเร็งบางชนิด

 ผลการวิจัยในฝรั่งเศษยังระบุว่า  ผู้หญิงที่น้ำหนักเกินมีแนวโน้มจะเป็นโรคซึมเศร้าอีกต่างหาก  ทั้งนี้การได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสทำให้  ดร.ฌอง  มิเชล  โบรีส์  ได้ศึกษาเป็นเวลา  10 ปี  และพบว่า  โรคซึมเศร้ามักเกิดกับหญิงที่อ้วนตุ๊ต๊ะ  และผู้หญิงที่อ่านหนังสือมากๆ  มีโอกาสน้ยที่จะเป็นคนน้ำหนักเกิน

 เป็นไปได้ว่าการอ่านหนังสืออาจทำให้ผู้หญิงขวนขวายสมดุลในชีวิตและออกกำลังกายมากขึ้น  ขณะเดียวกัน  ผู้หญิงที่น้ำหนักเยอะมักไม่สนใจอ่านหนังสือ  ข้อเท็จจริงนี้จะน่าเชื่อถือหรือไม่ก็ไม่กล้ายืนยันเพราะเป็นการวิจัยที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส  ดังนั้นมันอาจจะไม่แม่นยำในภูมิภาคอื่นก็ได้

 แต่การวิจัยที่ฟังดูน่าสนใจเป็นของนักวิจัยอังกฤษ  สหรัฐฯ  และแคนาดา  ที่ศึกษาพบว่าฮอร์โมนในร่างกายที่เรียกว่าพีวายวาย 3-36 (PYY3-36)  ที่มีหน้าที่ส่งสารไปยังสมองให้รับทราบเมื่อเรารู้สึกอิ่ม  และเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่หยุดความอยากอาหาร  อาจนำมาใช้เป็นรูปแบบใหม่  ช่วยแก้ปัญหาการระบาดของโรคอ้วนที่กำลังลุกลามทั่วโลกได้

 ศาสตราจารย์สตีเฟ่น  บลูม  แห่งวิทยาลัยอิมพีเรียล  ลอนดอน  กล่าวว่าการที่พีวายวาย 3-36  สามารถสะกดความอยากอาหารได้นั้น  จะเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักเกิน  ศาสตราจารย์บลูมกล่าวอีกว่า  อาจเป็นไปได้ที่จะมีการศึกษาต่อไปถึงอาหารที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารพีวายวาย 3-36  ออกมามากขึ้น  เพื่อให้ความอยากอาหารถูกระงับโดยธรรมชาติ  หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการฉีดฮอร์โมนพีวายวาย 3-36  เข้าร่างกายเหมือนกับการฉีดอินซูลินให้คนที่เป็นโรคเบาหวาน

 พีวายวาย 3-36  เป็นฮอร์โมนที่ลำไส้หลั่งออกมาหลังอาหารทุกมื้อ  เพื่อส่งสัญญาณบอกสมองให้สั่งร่างกายให้หยุดกิน  มีการทดลองเกิดขึ้นโดยนักวิจัยได้เปรียบเทียบผลข้างเคียงของพีวายวาย 3-36 กับยาหลอก (placebo)  ด้วยการทดสอบกับอาสาสมัครน้ำหนักผิดปกติ  ปรากฏว่าคนที่ได้รับฮอร์โมนจะรับประทานอาหารน้อยลง  33 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับยาหลอก  อาจสามารถสรุปได้คร่าวๆ  ว่าฮอร์โมนพีวายวาย 3-36  ที่ลำไส้หลั่งออกมานี้ทำให้เรารู้สึกหิวน้อยลงได้

 มีการศึกษาอีกอันหนึ่งของนักวิจัยยุโรป  ที่ดูแล้วเชียร์ให้กินแป้งและน้ำตาลอย่างออกนอกหน้า  โดยผลการวิจัยพบว่าน้ำตาลไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้อ้วน  ซึ่งขัดกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่อย่างแรง  แต่นักวิจัยยืนยันว่าจำเลยอันดับหนึ่งเป็นไขมัต่างหากโดยได้มีการตรวจสอบผลข้างเคียงต่อน้ำหนักและคอเลสเตอรอลของอาสาสมัครที่แบ่งเป็น  3 กลุ่ม

 กลุ่มแรก  รับอาหารตามปกติคือเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์  ของพลังงานมาจากอาหารจำพวกไขมัน  เช่น  มันฝรั่งทอด  ไก่ทอด  และเนย

 กลุ่มที่ 2  รับอาหารที่มีไขมันน้อยลง  10 เปอร์เซ็นต์  แต่แทนด้วยอาหารจำพวกแป้ง  เช่น  ขนมปัง  มันฝรั่ง  และพาสต้า 

 กลุ่มที่  3   รับอาหารประเภทไขมันน้อยลง  10 เปอร์เซ็นต์  เช่นกัน  แต่แทนด้วยอาหารพวกแป้งและน้ำตาลด้วย  เช่น  ขนมหวาน

 เวลาผ่านไป  6 เดือน  พบว่ากลุ่มที่  2  ที่เน้นกินแป้ง  น้ำหนักลดลงโดยเฉลี่ย  0.9 กก.  กลุ่มที่  3  ซึ่งกินของหวานและน้ำตาลด้วยนั้นลดลง  1.8  กก.  แต่กลุ่มที่ 1  น้ำหนักกลับเพิ่ม  0.8  กก.

 นักวิจัยให้เหตุผลว่าน้ำตาลเป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวัน  ที่สร้างความสมดุลและให้พลังงาน  15 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด  จึงไม่ทำให้อ้วน  แต่เขาไม่ได้แนะนำให้กินน้ำตาลเพิ่มมากขึ้นเพื่อควบคุมน้ำหนัก  เพราะสาระหลักๆ  คือ  ให้ลดการบริโภคไขมันนั่นเอง  เพียงอยากจะนำเสนอผลวิจัยที่หลากหลาย  แต่คนอ่านอย่างเราๆ  จะเชื่อหรือไม่  ก็คงต้องใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล

..........................................................................................................................................

ขอขอบคุณที่มา :  นิตยสารเปรียว  ปักษ์แรก  ธันวาคม  2545







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ร้านอาหาร มายโฮม Myhomeveg.com 17/4 ซ.โกสุมรวมใจ 23 ถ. โกสุมรวมใจ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โทร. 02 - 9810200 , โทร. 085 - 1234458 Open : Mon - Sat 09.00 a.m.- 07.00 p.m.